วันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 2563​ ที่โรงแรมพู​ลแมน กรุงเทพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬา​แห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สายการบินนกแอร์ เอเชีย, บริษัทเอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวนับถอยหลังการเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน​รายการ โมโตจีพี สนามที่ 2 รายการ "โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020" โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ เป็นประธานในพิธี 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า "ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของการจัดการแข่งขัน นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย เรายังคงรักษาแชมป์สนามที่มีผู้ชมสูงที่สุดของฤดูกาล 2 ปี ซ้อน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศรวม 2 ปี มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ปีนี้อาจจะมีรายได้ลดลงบ้าง ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์โลก เชื่อมั่นว่า เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ การแข่งขัน MotoGP จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาประเทศไทยมากกว่าเดิม เพราะการแข่งขัน​ในบ้านเรา แฟนมอเตอร์สปอร์ต​ ชื่นชมและยกย่องว่ามีความสนุกสนานมากที่สุดในสนามแข่งขันทั่วโลก และมีความประทับใจเมื่อได้มาท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อจบการแข่งขันในปีนี้แล้ว เราจะประกาศแผนการจัดการแข่งขันต่อ อีก 5 ปี และจะสร้างสรรค์การแข่งขันรายการนี้ ให้เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ​ เข้าประเทศไทยให้ได้มากที่สุด"

ส่วนมาตรการป้องกันและควบคุมโรด COVID19 สำหรับแฟนมอเตอร์​สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขัน ทีมแข่งขัน นักแข่งจากต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่สนาม รวมไปถึงโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานบริการต่างๆใน จังหวัดบุรีรัมย์​ และจังหวัดใกล้เคียง มั่นใจว่า กระทรวงสาธารณสุข​ ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ และจังหวัดบุรีรัมย์​ รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถดูแลให้มีความปลอดภัยมากที่สุดและช่วยกันทำให้การแข่งชัน MotoGP หรือ OR Thailand Grand Prix 2020 เป็นการแข่งขันที่ปลอดจาก COVID19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย และระบบสาธารณสุขไทย ที่จะได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ สร้างรายได้​ให้แก่ประชาชน"

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า แม้ว่าสภาวะการณ์ปัจจุบันจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศซบเซาลงบ้าง การท่องเที่ยว
ภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะที่มีความปลอดภัย ซึ่งตลอด 2-3 ปี ที่ผ่านมา จังหวัดบุรีรัมย์​ นับเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล จากการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา​ที่สำคัญที่สุดของประเทศและในปีนี้ ทางกระทรวงก็ยังคงมั่นใจว่า เราจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วยการจัดอีเว้นท์ระดับโลกอย่างโมโตจีพี

ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำพาวิลเลี่ยนอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ภายใต้แนวคิด Amazing Thailand Festival @ MotoGP ณ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำเสนอเทศกาลและประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์​ที่รู้จักระดับนานาชาติ นำมาเรียงร้อยและเล่าเรื่องราวผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Interactive ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกของประเทศ มีนิทรรศการการท่องเที่ยว 4 ภาค การแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรม และมุมสาธิต​การทำของว่างและขนมไทยโบราณ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ส้มผัสมุมที่แปลกใหม่ของประเทศไทย

นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์​กิต กล่าวทิ้งท้ายว่า "เรามีการ
เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านอย่างสมบูรณ์ที่สุด ด้วยการนำประสบการณ์ในการจัดงานที่ผ่านมา รวมทั้งคำแนะนำจาก สมาพันธ์จักรยานยนต์​นานาชาติ​ (FIM) และความคิดเห็นจากผู้ชม​ที่​เข้าร่วมงานได้ถูกนำมาปรับปรุงให้การจัดในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีก่อน โดยด้านสนามแข่งขันนั้น งานทุกส่วนได้เริ่มดำเนินการพร้อมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ส่วนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมาจังหวัดบุรีรัมย์ ก็มีประสบการณ์ในการจัดกีฬาระดับโลกรองรับผู้ชมจำนวนหลายหมื่นคนอยู่บ่อยครั้ง เราจึงมีมาตรการจากทางสาธารณสุขในการคัดกรอง และควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดคืองาน "งานบุรีรัมย์ มาราธอน" ซึ่งมีนักวิ่งรวมผู้ติดตามมากกว่า 70,000 คน ซึ่งบุรีรัมย์สามารถบริหารจัดการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าเราจะสามารถเป็นมาราธอน Silver แรกของประเทศไทย แล้วก้าวสู่การเป็น Gold แรกของประเทศในปีหน้า นี่คือบทพิสูจน์และเป็นเครื่องยืนยันความพร้อมในทุกมิติซึ่งเป็นการทำงานอย่างบูรณาการในทุกภาคส่วน ทั้งราชการและเอกชน ที่เราเรียกว่า Buriram Model

ในส่วนของงานโมโตจีพี ทางสนามได้มีมาตรการตรวจตราอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลแฟนมอเตอร์สปอร์ตด้วยการตั้งจุดบริการคัดกรอง แจกผ้าบัฟกว่า 1 แสนผืน และบริการแอลกอฮอล์ เจลล้างมือบริเวณทางเข้าสนาม และทางขึ้นอัฒจันทร์ ชมการแข่งขันทุกจุด พร้อมคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เปิดให้ผู้ร่วมงานดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น "BURIRAM HEALTHY" เพื่อให้ข้อมูลการป้องกัน และวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือกิมมิคต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ในปีนี้จะมีการประดับพื้นที่ด้วย "ทะเลธงอีสาน"สีสันสวยงามตระการตา ,รถตุ๊กตุ๊กผูกผ้าขาวม้ากว่า 70 คัน, รถชัตเติ้ลแต๋น 100 คัน, รถสามล้อกูถีบ ที่ตกแต่งในแบบอีสาน เชื่อว่าจะสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และแฟนรายการแข่งขันโมโตจีพี ทั่วโลกแน่นอน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้นทุกปี​ แม้ในปีนี้เราจะจัดเป็นสนามที่ 2 จากทั้งหมด 20 สนามแข่งทั่วโลก เชื่อว่าปีนี้จะมีไฮไลท์การแข่งขันชวนประทับใจ และมั่นใจว่าจะยังสามารถครองแชมป์ผู้ชมสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แน่นอน

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา และ allticket ขณะนี้ บัตร แกรนด์ สแตนด์ (Grand Stand) จำหน่ายหมดแล้ว เหลือเพียง มาร์เกซ สแดนด์ (Marquez Stand) ราคา 4,000 บาท, รอสซี สแตนด์ (Rossi Stand) ราคา 4,000 บาท และไซต์สแตนด์ (Side Stand) ราคา 2,000 บาท