วันที่ 9 ตุลาคม 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) พร้อมด้วย ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล), นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ต สักการะและสมโภชพระพุทธมหานวนาคปฎิมากร โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถราจารย์ในจังหวัดภูเก็ต เจริญพระพุทธมนต์ รวมถึงพิธีบวงสรวงโดยโหรพราหมณ์ ณ ลานโลมา หาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

     การจัดพิธีสมโภชดังกล่าว  รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ได้รับเมตตาจากสมเด็จมหารัชมงคลมุนี ให้อัญเชิญมาจากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร มาประดิษฐาน ณ หาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสกราบไหว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และคุ้มครองปกปักรักษาให้รอดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ ได้พบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

     สำหรับพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร เป็นพระปางนาคปรก ขนาดหน้าตักองค์พระกว้าง 30 นิ้ว สูง 2.90 เมตร หล่อแยกเป็น 2 ส่วน ระหว่างองค์พระและฐานรององค์ ซึ่งเป็นขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐานทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีองค์พญานาคแผ่พังพานขึ้นทั้งหมด 9 เศียร ตั้งขึ้นเพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ให้พระพุทธองค์ได้ทรงปลอดจากเภทภัยและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกายตามตำนานที่กล่าวขานกันมาตั้งแต่อดีต มีองค์ต้นแบบมาจากพระพุทธมหานวนาคปฏิมากรรุ่นแรก ที่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) จัดสร้างขึ้น ในปี 2541 เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจ IMF จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อต้องการให้เกิดสิริมงคลแก่ประเทศ ผู้ที่กราบไหว้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายแข็งแรง เกิดความร่มเย็นเป็นสุขต่อประชาชนและประเทศชาติในภาวะวิกฤติ จากนั้นได้ทำพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2541 ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม

     นอกจากนี้ องค์พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ยังจำลองมาจากพระพุทธรูปปางนาคปรก สมัยสุโขทัย ซึ่งประดิษฐานที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในพระกำลังแผ่นดินของประเทศ ให้ผู้บูชาสักการะมีความร่มเย็นเป็นสุข ปัดเป่าโพยภัยและภยันตรายทั้งปวง